กำแพงเพชร

เปิดประตูสู่เมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์และความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมในอดีต พร้อมสัมผัสธรรมชาติและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

หากคุณคือนักเดินทางผู้ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กำแพงเพชรถือเป็นจังหวัดที่คุณไม่ควรพลาด และควรหาโอกาสมาเยือนสักครั้ง

จังหวัดภาคเหนือตอนล่างแห่งนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เดินทางโดยรถได้อย่างสะดวกสบาย กำแพงเพชรเป็นจังหวัดเล็กๆ มีประชากรประมาณ 7.5 แสนคน แต่เป็นเมืองเก่าที่นับว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีอายุกว่าพันปี เป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยและมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงเมื่อ 700 กว่าปีก่อน เดิมมีชื่อเรียกว่า เมืองชากังราว

คำว่า กำแพงเพชร มีความหมายเปรียบได้กับ ป้อมปราการที่แข็งแกร่งดุจดั่งเพชร หลักฐานแสดงให้เห็นว่ากำแพงเพชรเป็นเมืองยุทธศาสตร์ทางการทหารและเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักรอยุธยา แวดล้อมด้วยคูเมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ กำแพงเมือง สถานที่เหล่านี้ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2534 ในนามอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

Thung Setthi fortress 2 web

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร มีโบราณสถานในเขตเมืองกำแพงเพชรและเมืองนครชุม บริเวณภายในกำแพงเมืองมีโบราณสถาน 14 แห่ง

การท่องเที่ยวตามเส้นทางมรดกโลกของไทยจากสุโขทัยถึงอยุธยาจะถือว่าไม่สมบูรณ์ หากคุณเดินไม่ได้แวะมาอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ด้วยระยะทาง 280 กิโลเมตรจากอยุธยา และเพียง 70 กิโลเมตรไปยังสุโขทัยโดยทางรถ

นอกจากนี้กำแพงเพชรคืออีกหนึ่งพื้นที่ของนักเดินทางบนเส้นทางสายธรรมชาติ ด้านตะวันตกเป็นภูเขาสลับซับซ้อน อยู่ติดกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารต่างๆ และเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีน้ำตกสวยงาม สัตว์ป่าและพันธุ์นกสวยงามที่หายากมากมาย แม่น้ำปิงที่ไหลลงจากเชียงใหม่ผ่านหุบเขาสูงของจังหวัดตาก เข้าสู่กำแพงเพชรก่อนลงสู่พื้นที่ราบภาคกลางอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชพันธุ์ทางการเกษตรที่สำคัญ โดยเฉพาะกล้วยไข่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด อำเภอพรานกระต่ายเป็นแหล่งผลิตเครื่องเรือนและงานฝีมือทำจากหินอ่อนที่มีชื่อเสียง บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนที่ไม่ไกลจากตัวเมือง

คู่มือท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง โลนลี่ แพลนเน็ท ได้เขียนรีวิวจังหวัดกำแพงเพชรไว้ว่าเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ดีงามนาฬิกาชีวิตเดินไปอย่างเชื่องช้าที่นี่ คุณจะได้ฟอกปอดจากอากาศแสนบริสุทธิ์ปลอดมลภาวะ เงียบสงบไม่แออัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตแบบธรรมชาติในแบบไทยอย่างแท้จริง ที่คุณไม่สามารถสัมผัสได้จากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลหรือแหล่งช้อปปิ้งในเมืองหลวง

หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและเต็มไปด้วยเรื่องราวให้ค้นหา และสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง กำแพงเพชรคือคำตอบของคุณ

แหล่งข้อมูล:

http://www.tourismthailand.org/Where-to-Go/Kamphaeng-Phet

https://en.wikipedia.org/wiki/Kamphaeng_Phet_Province

http://www.thailandsworld.com/en/thailand/historical-parks/index.cf

แหล่งโบราณสถานและวัดวาอารามถิ่นมรดกโลก

ด้านเหนือของตัวเมืองคือที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นหนึ่งในสี่สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

กำแพงเพชรเป็นเมืองยุทธศาสตร์ทางการทหาร ในฐานะเมืองหน้าด่านของอาณาจักรสุโขทัย เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญกับเมืองอยุธยาในสมัยศตวรรษที่ 14 มีความรุ่งเรืองทั้งทางศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมในอุทยานฯ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมือง ป้อมปราการ คูเมือง ภายในกำแพงเมืองมีโบราณสถานตั้งอยู่ 14 แห่ง รวมทั้งวัดพระแก้ว สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธสิหิงส์ และองค์พระแก้วมรกต แวดล้อมด้วยคูเมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ กำแพงเมือง สถานที่เหล่านี้ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2534 ในนามอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

บริเวณใกล้เคียงมีสถานที่สำคัญอีกแห่งคือ สระมน เชื่อกันว่าเป็นพระราชวังโบราณ ภายในวัดพระธาตุมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมคู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชรอันโดดเด่น บริเวณอรัญญิกโบราณทางด้านทิศเหนือของกําแพงเมืองมีเป็นที่ตั้งของวัดโบราณขนาดใหญ่อีก 40 แห่ง เชื่อว่าเป็นที่ศึกษาปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ในอดีต อาคารวัดได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบสุโขทัย ล้านนา และอยุธยาผสมผสานเข้าด้วยกัน ก่อนให้เกิดงานช่างสกุลกำแพงเพชรขึ้น

ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงาตลอดสองข้างทาง พื้นที่สงบเงียบเหมาะแก่การเที่ยวชมและศึกษาแหล่งอารยธรรมในอดีตได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถขี่จักรยาน หรือวิ่งออกกำลังกายภายในบริเวณอุทยานได้ในช่วงเช้าและเย็น นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาต่างประทับใจกับทัศนีภาพความร่มรื่นของอุทยานฯ และกิจกรรมที่หลากหลาย

การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองช่วงปี พ.ศ. 2308-2310 มีกองทัพพม่ากว่าสองหมื่นนายเข้าบุกทำลายพื้นที่เมืองกำแพงเพชร บ้านเมืองและวัดวาอารามถูกทำลายเสียหายจนไม่สามารถบูรณปฏิสังขรณ์ได้อย่างเดิม ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเป็นแหล่งข้อมูลทางโบราณคดีที่สำคัญของไทยและของโลก มีภาพสเก็ตช์ของเมืองชากังราวในอดีตก่อนถูกทำลายโดยอาศัยจากหลักฐานที่ค้นพบให้ชนรุ่นหลังและผู้สนใจได้ศึกษาเรื่องราวในอดีตสืบไป

แหล่งข้อมูล:

http://whc.unesco.org/en/list/574

https://www.renown-travel.com/historicalsites/kamphaengphet.html

https://en.wikipedia.org/wiki/Kamphaeng_Phet_Historical_Park

https://en.wikipedia.org/wiki/Emerald_Buddha

http://www.ayutthaya-history.com/Misc_PhraSihing.html

https://en.wikipedia.org/wiki/Burmese%E2%80%93Siamese_War_(1765%E2%80%9367)

 

เมืองแห่งพิพิธภัณฑ์

บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีพิพิธภัณฑ์อยู่สองแห่ง คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร และพิพิธภัณฑสถานกำแพงเพชรเฉลิมพระเกียรติ

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชรเป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสมัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสำริด เครื่องสังคโลก เครื่องปั้นดินเผา โบราณวัตถุลวดลายปูนปั้น ปูนปั้นรูปยักษ์เทวดา และมนุษย์ซึ่งใช้ประดับฐานเจดีย์ หรือตั้งยอดวิหาร และวัดวาอาราม มีการจัดแสดงประติมากรรมองค์พระศิวะทำด้วยสำริด เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.อัตราค่าเข้าชม 20 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และ 100 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แหล่งข้อมูล: http://www.tourismthailand.org/See-and-Do/Sights-and-Attractions-Detail/Kamphaeng-Phet-National-Museum–4609

 

พิพิธภัณฑสถานกำแพงเพชรเฉลิมพระเกียรติ มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ตัวอาคารสร้างจากไม้สักทองทั้งพิพิธภัณฑ์ เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุเมื่อครั้งอดีตของกำแพงเพชร รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยเช่น มูเซอ กะเหรี่ยงและลีซอ รวมทั้งเหมืองต่าง ๆ เช่น เหมืองหินอ่อน และลานน้ำมัน เปิดให้นักท่องเที่ยว นักเรียน และประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00 ถึง 16.30 น. ค่าเข้าชม 10 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.tourismthailand.org/See-and-Do/Sights-and-Attractions-Detail/Kamphaeng-Phet-Chaloem-Phrakiat-Museum-or-Ruen

 

เมืองโบราณนครชุม

ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านกำแพงเพชร เป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญคือ เมืองนครชุม จากตำนานและหลักฐานที่พบในบริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมือง และโบราณสถาน เชื่อว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนดั้งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ก่อนเมืองชากังราว กษัตริย์สมัยสุโขทัยให้ความสำคัญกับเมืองนครชุมมากกว่าเมืองชากังราวซึ่งตั้งอยู่อีกด้าน คือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ภายหลังอาณาจักรกรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองจึงมีการย้ายเมืองมายังอีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองกำแพงเพชร

ปัจจุบันบริเวณเมืองโบราณนครชุมยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนเก่าที่ยังรักษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นอาคารไม้ มีตลาดเก่า พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารรถเข็นในราคาเป็นกันเอง และมีตลาดน้ำทุกๆ เสาร์ – อาทิตย์แรกของเดือน

แม้ว่าบริเวณกำแพงเมืองและโบราณสถานเมืองนครชุมจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่ใจกลางเมืองโบราณนครชุม ยังคงมีพระเจดีย์ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณวัดพระบรมธาตุ ซึ่งเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร สร้างขึ้นตั้งแต่ปื พ.ศ. 1900 เรื่องราวของพระธาตุเจดีย์ได้รับการบอกเล่าในหลักศิลาจารึก พระเจดีย์เดิมสร้างขึ้นเป็นรูปดอกบัว แต่ต่อมาได้รับการซ่อมแซมในรูปแบบพม่าโดย พ่อค้าเศรษฐีชาวพม่า ดังรูปแบบที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ป้อมปราการเก่าบริเวณเมืองโบราณนครชุมมีชื่อว่าทุ่งเศรษฐี สร้างด้วยหินศิลาแลงแต่ละด้านมีความยาวถึง 84 เมตร เชื่อกันว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในสมัยกรุงศรีอยุธยา

แหล่งข้อมูล:

http://www.encyclopediathai.org/sunthai/north/kamphaeng/NakhonChum.htm

http://www.thaibuddhist.com/wat-phra-borommathat/

http://www.asiatravelroutes.com/en/thailand/temples/kamphaeng-phet/chedi-wat-phra-borommathat.html

http://www.encyclopediathai.org/sunthai/north/kamphaeng/thung.htm

http://en.gplace.com/thung-setthi-fortress

 

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

พื้นที่หนึ่งในสี่ของจังหวัด โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

ข้อมูล: http://thailand.sawadee.com/kamphaengphet/nationalparks.html

 

อุทยานแห่งชาติคลองลาน

ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดติดเทือกเขาตะนาวศรี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ตารางกิโลเมตร เทือกเขาขุนคลองลานมีความสูงถึง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล น้ำตกคลองลานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ด้วยสายน้ำตกความสูง 40 เมตร ทำให้น้ำตกคลองลานมีความงามติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมชมความงาม และสามารถเล่นน้ำบริเวณแอ่งธารน้ำอยู่เป็นประจำ

ภายในบริเวณอุทยานแห่งชาติคลองลานยังมีน้ำตกอีกแห่งคือ น้ำตกคลองน้ำไหล มีความสวยงามและมีความสูงลดหลั่นลงมาถึง 9 ชั้น และมีแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ ในช่วงหน้าแล้งนักท่องเที่ยวสามารถพายเรือเล่นได้ สามารถตั้งแคมป์บริเวณอุทยานได้

ข้อมูลจาก: http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=82&lg=2

 

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

พื้นที่ขนาด 900 ตารางกิโลเมตรของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน และครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ รวมทั้งความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าหายาก ทั้งเสือโคร่ง ช้างป่า และนกป่าหลากสีสัน  น้ำตกแม่กระสา ที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดบริเวณนี้ โดยสูงถึง 1,000 เมตร และมีชั้นลดหลั่นลงมาถึง 9 ชั้น นักท่องเที่ยวสามาถเดินป่าเที่ยวชมทัศนีภาพ และน้ำตกอื่นๆ เช่น น้ำตกแม่รีว น้ำตกแม่กี และพื้นที่ต่างๆ ของอุทยานฯได้ ใช้เวลาเดินป่าประมาณ 3-4 วัน หากต้องการท่องเที่ยวแนวผจญภัย ยอดเขาโมโกจู ที่ความสูง 1,964 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล คืออีกบทพิสูจน์ของนักเดินทาง เพราะการพิชิตยอดเขาโมโกจูนั้น ได้รับการยอมรับจากนักเดินป่าทั้งขาประจำและขาจรแล้วว่าโหดและทรหดที่สุด

นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แนวฮาร์ดคอร์แอดเวนเจอร์ สามารถเลือกไปที่ยอดเขาช่องเย็น ที่มีความสูง 1340 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลได้ โดยทางรถ และเป็นแหล่งดูนกชั้นดี มีอากาศเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส

ข้อมูลจาก: http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=139&lg=2

 

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

ด้วยพื้นที่ 750 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดตาก และมียอดเขาเย็น เป็นยอดเขาสูงสุด 1,898 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ทางด้านตะวันตกของอุทยาน อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าจึงเป็นที่ตั้งของน้ำตกขนาดเล็กและใหญ่ถึง 6 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย

น้ำตกเต่าดำเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านในของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นมีความสูงกว่า 200 เมตร การเดินทางช่วงหน้าฝนค่อนข้างลำบากต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้

น้ำตกสมอกล้วย เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีลักษณะเด่นสวยงาม 5 เป็นน้ำตกที่มีสีบุษราคัม มีลักษณะสวยงามแฝงด้วยความน่ากลัว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานเพียง 800 เมตรเท่านั้น ใกล้ๆ กันมีน้ำตกกระแตไต่ไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางเช่นกัน สามารถเล่นน้ำได้

น้ำตกคลองโป่ง (เป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ น้ำตกคลองน้ำแดง) เป็นน้ำตกลดหลั่นกันถึง 4 ชั้น ชั้นบนสุดมีความสูงกว่า 100 เมตร นักเดินทางต้องเดินป่าเป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร และต้องค้างแรมในป่าถึงจะเดินทางไปถึงน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยและใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งนี้ได้ ระหว่างทางสามารถหยุดพักเพื่อผ่อนคลายกับบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ หากโชคดีท่านอาจพบพรรณพืชหายากอย่างกล้วยไม้ป่าระหว่างทาง

บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ เป็นที่ตั้งของน้ำตกคลองวังเจ้าซึ่งอยู่ทางด้านหน้าทางเข้าของอุทยาน เดินทางสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำตกได้ และน้ำตกนาฬิกาทราย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ใกล้ทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ เหมาะกับการเล่นน้ำเช่นกัน

นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักผ่อนในอุทยานฯได้ อีกทั้งยังมีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการนักท่องเที่ยว

 

แหล่งหินอ่อน 

บ้านพรานกระต่ายตั้งอยู่ทางทิศเหนือของกำแพงเพชรออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร ระหว่างทางไปสุโขทัย เป็นแหล่งผลิตเครื่องเรือนและผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านที่ทำจากหินอ่อนที่มีชื่อเสียงของจังหวัด สีของหินอ่อนไม่ว่าจะเป็นสีชมพู เทา และสีขาว หินอ่อนเป็นที่ต้องการของตลาดมาก และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าทั้งหินอ่อนและลานน้ำมันเป็นทรัพยากรที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดมากที่สุด

ตำนานมีอยู่ว่านายพรานจากสุโขทัยออกเดินทางหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับตั้งเป็นเมืองชายแดน ระหว่างทางนายพราน พบกระต่ายขนสีทองอยู่บริเวณหน้าถ้ำที่ตนอาศัยค้างคืน แต่เจ้ากระต่ายสีทองก็ได้หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ความถึงกษัตริย์สุโขทัย นายพรานจึงอาสาจับเจ้ากระต่ายขนสีทองนี้ให้ได้ มีชาวบ้านจำนวนมากแห่กันมาในพื้นที่เพือพยามจะจับเจ้ากระต่ายขนสี่ทองนี้ให้จงได้ จนในที่สุดกลายเป็นหมู่บ้านและใช้ชื่อว่าบ้านพรานกระต่ายเพื่อเป็นเกียรติแก่นายพราน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

https://www.google.co.th/search?q=marble+mining,+phran+kratai&start=20&sa=N&rlz=1C5CHFA_enTH544TH544&espv=2

https://en.wikipedia.org/wiki/Phran_Kratai_District

http://memim.com/kamphaeng-phet-province.html

 

สถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพ

น้ำพุร้อนพระร่วง อยู่ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชรออกไปประมาณ 25 กิโลเมตร บนเส้นทางสายหลักไปยังจังหวัดสุโขทัย เป็นสถานที่ผ่อนคลายเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการห้องอาบน้ำส่วนตัว และนวดแผนไทยได้ เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข

น้ำพุร้อนพระร่วงตั้งชื่อตามกษัตริย์ของอาณาจักสุโขทัย โดยตำนานเล่าว่า กษัตริย์พระร่วงเสด็จประพาสบริเวณนี้ ทรงจับไก่ป่าได้หนึ่งตัว องค์พระร่วงมีพระประสงค์จะใช้น้ำร้อนเพื่อชำระล้างตัวไก่ไว้เป็นพระกระยาหาร จึงดลบันดาลให้เกิดน้ำพุร้อนไหลผ่านบริเวณนี้ บ่อน้ำพุร้อนพระร่วงเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 18.00 น. ค่าบริการสถานที่ 30 บาท

ข้อมูลจาก:

http://www.tourismthailand.org/See-and-Do/Sights-and-Attractions-Detail/Phra-Ruang-Hot-Spring-Bueng-Sap–4621

https://en.wikipedia.org/wiki/Mahathammaracha_I

 

การเดินทาง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังกำแพงเพชรได้ทางรถ โดยใช้เส้นทางสายเอเชีย จังหวัดกำแพงเพชรตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ หากเดินทางโดยเครื่องบิน สนามบินที่จังหวัดใกล้เคียงคือ สุโขทัย ระยะทาง 77 กิโลเมตร และพิษณุโลก 103 กิโลเมตร

การเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถยนต์ : ระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี เข้าจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นเลี้ยวซ้าย ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองเข้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 สายเอเชีย

การเดินทางจากเชียงใหม่ โดยรถยนต์ : ระยะทางประมาณ 340 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 สายเอเชีย ผ่านลำปาง ตาก เข้าสู่กำแพงเพชร

ข้อมูลจาก:

https://www.google.com/webhp?sourceid=chromeinstant&rlz=1C5CHFA_enTH544TH544&ion=1&espv=2&es_th=1&ie=UTF

จากกรุงเทพฯโดยรถบัส: มีรถบัสทั้งแบบปรับอากาศ และธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ใกล้กับตลาดนัดจตุจักรเป็นประจำ รายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ +66 (0) 2936 2852-66 หรือตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

จากเชียงใหม่โดยรถบัส: รถบัสออกจากสถานีอาเขตแห่งใหม่ใกล้กับถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ และถนนแก้วนวรัฐฝั่งตะวันออกเป็นประจำ รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเดินรถ โทร.+66 (0) 5324-2664 หรือเช็ครายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.train36.com/arcade-bus-station-chiang-mai.html